ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: การเลี้ยงกระต่ายเด็ก  (อ่าน 25693 ครั้ง)

ออฟไลน์ Narita

  • Fluffy Moderator
  • ******
  • กระทู้: 668
  • ดาว: 11
  • เพศ: หญิง
  • .-:-*Little Fluffy*-:-.
    • ดูรายละเอียด
การเลี้ยงกระต่ายเด็ก
« เมื่อ: 04/04/2011, 19:09:13 »
กระต่ายเด็กคืออะไร กระต่ายเด็กในที่นี้หมายถึงกระต่ายที่ยังไม่หย่านม มีอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ มีสองแบบคือ


1. กระต่ายแคระ(ไม่จริง) พ่อค้าแม่ค้าหัวใสจะนำมาหลอกขายให้กับคนที่ไม่รู้ แล้วบอกว่าเป็นกระต่ายแคระ ไม่โตไปกว่านี้แล้วโตก็โตอีกนิดหน่อย ซึ่งในความเป็นจริงกระต่ายเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นกระต่ายไทยและกระต่ายไทยผสม ถ้ากระต่ายเหล่านี้สามารถมีชีวิตรอดได้จนอายุประมาณ 3-4 เดือน จะพบว่ามันไม่ได้แคระอย่างที่พ่อค้าแม่ค้าบอกเลย  แต่ส่วนใหญ่มักจะนำมาเลี้ยงได้ไม่นานก็จะเสียชีวิต

2. กระต่ายพันธ์ คือกระต่ายที่มีสายพันธ์เป็นที่นิยมทั่วไป เช่น  เท็ดดี้แบร์  วู๊ดดี้ทอยส์  ฮอลแลนด์ลอป (HL) เนเธอร์แลนด์ดรอฟ(ND) เป็นต้น  แต่มีอายุเพียง 2-3 สัปดาห์ก็ถูกนำมาขายแล้ว กระต่ายเหล่านี้แม้จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากผู้ซื้อ แต่ก็อาจจะตายได้ถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเค้าเพียงเล็กน้อย

ตัวอย่างกระต่ายเด็กที่วางขายทั่วไป



“ทำไมถึงเลี้ยงแล้วตาย”

เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนถาม เลี้ยงเค้าอย่างดี ให้อาหารอย่างดี ดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง แต่ทำไมยังตาย???

คำตอบคือ คุณไม่มีในสิ่งที่เค้าต้องการ สิ่งที่กระต่ายอายุขนาดนี้ต้องการคือ น้ำนมแม่ ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่ลูกกระต่ายต้องการ และที่ไม่มีอะไรทดแทนได้

ภูมิคุ้มกันซึ่งจะมีอยู่แต่ในน้ำนมแม่เท่านั้น  ลูกกระต่ายต้องการน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุประมาณ 3-4 สัปดาห์ เค้าถึงจะเริ่มหัดกินอาหารเม็ดและหญ้าต่างๆตามแม่เค้า แต่เมื่อถูกพรากจากแม่ตั้งแต่อายุ 2 สัปดาห์หรือบางตัวยังไม่ทันลืมตา  ดังนั้นภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากนมแม่จึงไม่เพียงพอที่จะทำให้เค้ามีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ เช่น โรคหวัด โรคบิด  ท้องเสีย

รวมถึงอากาศที่เปลี่ยนแปลงและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป  ความเครียด อาการช๊อค  ตกใจ สิ่งต่างๆเหล่านี้มีผลทำให้กระต่ายเด็กสามารถเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว และที่สำคัญไม่แพ้น้ำนมแม่ คือความรู้ของผู้เลี้ยงว่าได้ศึกษาวิธีการเลี้ยงและรับมือกับอาการที่กล่าว มาแล้วมากน้อยเพียงใด


“ทำไมไม่รอให้อดนมก่อนค่อยขาย”

เมื่อมีคนซื้อก็มีคนขาย  เป็นคำตอบที่ง่ายมาก แต่ฟังแล้วหลายคนคงปวดใจ เพราะเรานั่นเองที่ไปสนับสนุนให้เค้าขาย  เหตุผลอีกอย่างคือกระต่ายวัย 2-3 สัปดาห์ เป็นช่วงวัยที่ไม่ว่าจะเป็นพันธ์ไหน จะแท้ไม่แท้ ก็น่ารักน่าเอ็นดูขายง่าย กว่าจะถึงช่วงยืดตัวก็มีเวลาให้ขายได้อีกอย่าน้อง1-2อาทิตย์ ซึ่งเมื่อกระต่ายเริ่มยืดตัว ความน่ารักจะน้อยลงทำให้ขายได้ยาก ยิ่งถ้าไม่ใช่พันธุ์แท้ด้วยแล้วอาจจะขายไม่ได้ด้วยซ้ำ นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยนำกระต่ายเด็กมาขาย


เรามาดูว่าใครได้ ประโยชน์จากการขายกระต่ายเด็กเหล่านี้บ้าง


1. ฟาร์มขายส่ง   ได้เงินเร็วไม่ต้องเปลืองอาหารในส่วนของลูกกระต่าย แม่เลี้ยงลูกแป๊บเดียวไม่โทรมมาก พักท้องไม่นานก็ให้ท้องใหม่ได้  ไม่ก็ให้ผสมต่อเลย

2. ผู้ขายรายย่อย  ได้กระต่ายเด็กที่น่ารักและจะคงความน่ารักต่อไปอีกประมาณ 2 อาทิตย์  วันนี้พรุ่งนี้ขายไม่หมดวันต่อไปก็ยังขายได้  กว่าจะถึงช่วงยืดตัวก็ขายหมดแล้ว มีตายระหว่างขายบ้างแต่ตัวที่เหลืออยู่ก็ทำกำไรให้ คนซื้อซื้อไปแล้วตายก็กลับมาซื้อใหม่อีก

3. ผู้ซื้อได้กระต่ายตัวเล็กน่ารัก ถูกใจ!! โชคดีก็เลี้ยงเค้าได้จนโต แต่ลักษณะเมื่อโตแล้วอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับที่พ่อค้าแม่ค้าบอกก็ต้องวัดดวงกัน โชคร้ายเลี้ยงได้ไม่กี่วันเค้าก็จะไม่สบาย  หรืออาจเสียชีวิตแล้วเราก็จะนั่งถามตัวเองว่าทำไม...    ถ้ากลับที่เดิมแล้วเจอคนขายยังอยู่ ก็มักจะโทษว่าเราเลี้ยงไม่ดี  เราให้นั่นให้นี่กินทำให้มันตาย  และมักจะแนะนำให้เราซื้อตัวใหม่ไปลองเลี้ยงใหม่  แล้วก็ต้องมานั่งลุ้นว่ามันจะรอดมั้ย



***ลักษณะของกระต่าย เด็ก***

1. นอนมากกว่าที่จะวิ่งเล่น

2. เวลาเดินไม่ค่อยมั่นคง ขายังไม่แข็งแรงดี เดินต้วมเตี้ยม  ขาหลังยังยืดได้ไม่เต็มที่

3. ตัวเล็กสามารถวางบนฝ่ามือได้

4. เมื่อเวลาคุณจับจะดิ้นรนขัดขืนเหมือนไม่ค่อยมีแรง หรือบางตัวก็ไม่ดิ้นเลย

5. บางตัวเดินทั้งๆที่ยังหลับตา เป็นเพราะเค้ายังไม่ลืมตานั่นเอง ลักษณะนี้จะอายุไม่ถึง 2 อาทิตย์ บางตัวตายังลืมได้ไม่เต็มที ไม่กลมโตสดใส

6. ฟันซี่เล็ก  สีขาวสว่างเหมือนน้ำนม ขนาดฟันคู่หน้าไม่เกิน 3-5 มิลลิเมตร(ฟันจะค่อยๆเปลี่ยนสีและขนาดตามอายุของกระต่าย)

7. เล็บอ่อน เวลาเอามาวางบนฝ่ามือจะไม่รู้สึกว่าเจ็บ

8. ขนอ่อนนุ่มคล้ายกำมะหยี่  ถ้าเป็นพันธ์ขนยาว ขนตรงช่วงสะโพกจะยังขึ้นไม่เสมอกับขนส่วนอื่น

9. เวลากินอาหารจะเหมือนไม่สามารถกัดแทะอาหารได้

       
น้อยคนนักที่จะรู้ว่า เจ้าตัวเล็กน่ารักที่ติดกิ๊บบ้าง ใส่เสื้อบ้าง วิ่งไปวิ่งมาบ้าง หรือนอนหลับตาพริ้มเหมือนนอนหลับอย่างมีความสุขตรงหน้านั้น เป็นกระต่ายเด็กที่ยังไม่อดนมและไม่ควรซื้อมาเลี้ยง 

ด้วยความน่ารักของกระต่ายและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ซื้อที่หลงเสน่ห์กระต่ายตัวน้อยด้วยความบริสุทธิ์ใจ  จึงตัดสินใจซื้อเค้ามา แล้วจึงค่อยมาหาความรู้เพิ่มเติมและได้รับรู้ว่าตัวเองซื้อกระต่ายเด็กมา  คำถามต่างๆจึงตามมามากมาย จะเลี้ยงเค้ายังไงให้เค้ารอด  เค้าไม่ยอมกินอาหารจะทำยังไง  เอานมวัวป้อนเค้าได้มั้ย  เค้าท้องเสียทำยังไงดี และอื่นๆอีกมากมาย

ไม่มีใครตั้งใจจะไปหาซื้อกระต่ายเด็กแน่นอน ส่วนมากจะซื้อมาด้วยความไม่รู้   และเมื่อตัดสินใจซื้อมาแล้วก็อยากที่จะเลี้ยงดูเค้าให้รอดปลอดภัย วิธีที่จะเลี้ยงกระต่ายเด็กให้รอดนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากกว่าการเลี้ยงกระต่ายปกติเท่าไหร่ เพียงแต่ต้องอาศัยความเอาใจใส่ และระวังในเรื่องอาหารมากขึ้นเท่านั้นเอง



***วิธีการเลี้ยง กระต่ายเด็ก***

1. อย่าให้ผักสดทุกชนิดกับกระต่ายเด็ก

2. ดูว่ากระต่ายของคุณสามารถกัดแทะอาหารเม็ดได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ให้นำอาหารเม็ดไปทุบให้พอแหลกแล้วให้เค้าลองทานดู ถ้าเค้ายังทานไม่ได้ ให้พรมน้ำเล็กน้อยลงบนอาหารเม็ดให้พอนิ่ม  ไม่ทิ้งอาหารที่พรมน้ำไว้ทั้งวัน เห็นว่าเค้าเลิกกินก็ให้เอาออก แล้วให้อาหารที่พรมน้ำ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น

3. ถ้าเค้าสามารถทานอาหารได้ตามวิธีในข้อ 2 นมไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่คุณต้องหาให้เค้าสิ่งจำเป็นคือหญ้าแห้งหญ้าแห้งที่สำคัญและควรมีติดบ้านไว้คือ หญ้าแพงโกล่า และหญ้าอัลฟัลฟ่า

     หญ้าแพงโกล่า เป็นหญ้าที่มีในประเทศไทย ราคาไม่แพง หาได้ทั่วไป มีเยื่อใยสูงเหมาะสำหรับระบบย่อยของกระต่าย สามารถใส่ไว้ในกรงให้ลูกกระต่ายทานได้ ทั้งวัน

     หญ้าอัลฟัลฟ่า(Alfalfa) หรืออัลฟาฟ่าที่หลายคนเรียกกัน  เป็นหญ้าที่ต้องนำเข้า มีราคาสูงเมื่อเทียบกับหญ้าตัวอื่น แต่ประโยชน์ที่ได้รับก็คุ้มค่า อัลฟัลฟ่าเป็นหญ้าที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง เหมาะสำหรับให้กระต่ายกินได้ตลอดจนอายุถึง 7 เดือน ยิ่งเป็นกระต่ายเด็กที่ได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ ยิ่งจำเป็นต้องเสริมหญ้าตัวนี้ให้เค้าเป็นพิเศษ โดยการใส่ติดกรงไว้ให้ลูกกระต่ายสามารถทานได้ทั้งวัน จนถึงอายุประมาณ 2-3 เดือนจึงลดเหลือให้เพียงมื้อเช้ามื้อเดียว

     หญ้าขน ต้องนำไปล้างน้ำให้สะอาด และสะบัดให้สะเด็ดน้ำ แล้วผึ่งให้แห้งซักหนึ่งวัน ก่อนให้กระต่ายเด็กกิน ทดลองจาก1-2ก้านก่อน โดยมากเค้าจะชอบให้ฉีกเป็นใบๆให้ ถ้าเค้าทานได้และอึเป็นก้อนแข็งดี จึงค่อยเพิ่มปริมาณ

4.   กรณีที่ลูกกระต่ายไม่ยอมกินอาหารหรือหญ้าเลย  เราจำเป็นต้องป้อนนมให้เค้า นมที่เหมาะสมสำหรับลูกกระต่ายคือ นมสุนัขและนมแมว ถ้า เรานำนมสุนัขและแมวมาผสมกันนั้นจะได้ส่วนประกอบที่ใกล้เคียงกับนมกระต่ายที่ สุด แต่ก็เป็นความยุ่งยากของผู้เลี้ยงเช่นกัน ในทางปฎิบัติแล้วอาจเลือกใช้แค่นมชนิดใดชนิดหนึ่งก็ได้  นมสุนัขที่แนะนำให้ใช้คือ นมยี่ห้อ Esbilac ส่วนนมแมวยี่ห้อ KMR ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านสัตวแพทย์หรือ pet shop แต่ถ้าหาไม่ได้จริงๆสามารถที่จะใช้นมแพะแทนได้

กรุณาหลีกเลี่ยงการใช้ซีรีแลคหรือนมวัวให้ลูกกระต่ายรับประทาน เพราะว่าอาจจะทำให้ลูกกระต่ายท้องเสียได้ และสารอาหารในนั้นก็ไม่เหมาะสมกับลูกกระต่าย   

ปริมาณการป้อนขึ้นกับอายุและขนาดตัวของลูกกระต่ายแต่โดยสามารถ ดูได้ตามข้อมูลที่ให้ไว้เบื้องต้นได้และสามารถปรับได้ตามเหมาะสม

แรกคลอดจนถึง สัปดาห์แรก:  2-2.5 ml. ต่อครั้ง วันละ 2 เวลา
1-2 สัปดาห์:  5-7 ml.  ต่อครั้ง วันละ 2 เวลา
2-3 สัปดาห์:  7-13 ml. ต่อครั้ง วันละ 2 เวลา และในช่วงสัปดาห์นี้ กระต่ายจะเริ่มหัดทานอาหารเม็ด และ หญ้าได้
3-6 สัปดาห์: 13-18 ml. ต่อครั้ง วันละ 2 เวลา เช่นกัน โดยในช่วงสัปดาห์นี้กระต่ายจะทานอาหารเม็ดและหญ้า ได้ค่อนข้างเยอะแล้ว
และสามารถหย่านมได้ที่อายุ 6 สัปดาห์ 

ข้อควรระวังของการป้อนนม คือ ระวังเรื่องความสะอาดภาชนะ และหลอดป้อนอาหาร ควรจะต้มหรือ ลวกก่อนใช้ทุกครั้ง เพราะในกระต่ายที่ไม่ได้รับนมของแม่จะมีโอกาสท้องเสียจากการที่ ได้รับ แบคทีเรียผ่านทาง ระบบทางเดินอาหารได้ง่ายกว่ากระต่ายที่ทานนมของแม่กระต่ายอยู่

5.   ถ้ากระต่ายเด็กไม่อึหรือฉี่เอง คุณจะต้องช่วยกระตุ้นด้วยการใช้สำลีชุบน้ำอุ่นบิดให้หมาด เขี่ยไปมาบริเวณก้นและอวัยวะเพศ  คล้ายแม่เลียทำความสะอาด เพื่อกระตุ้นให้เค้าฉี่และอึออกมา แต่ถ้ากระต่ายเด็กไม่อึเลยเกิน 12 ชั่วโมง ควรพาไปพบแพทย์ทันที

6.   ถ้ากระต่ายเด็กมีอาการท้องเสีย ควรพาพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการ เนื่องจากเค้าไม่มีภูมิต้านทานพอที่จะรับมือกับอาการท้องเสียได้

7.   อย่าวางกรงของกระต่ายเด็กไว้ใกล้ที่ที่มีเสียงดังรบกวน เนื่องจากกระต่ายวัยนี้จะตกใจง่าย อาจทำให้กระต่ายเครียด ช๊อค หรือชักได้

8.   เราสามารถทำให้เค้าสบายใจหรือผ่อนคลายได้ โดยการลูบหัว ลูบตัวเค้า อุ้มเค้ามาแนบอก(ถ้าเค้ายินยอม)

9.   ไม่พากระต่ายเด็กเดินทางโดยไม่จำเป็น เนื่องจากเค้าอาจเครียดระหว่างเดินทาง ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ปกติ จนทำให้ท้องเสียเฉียบพลันได้

10. เมื่อเค้าอายุได้ 3 เดือนจึงเริ่มให้เค้าหัดทานผักทีละน้อยๆ และเลี้ยงตามวิธีเลี้ยงกระต่ายทั่วไปได้


  หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่ซื้อกระต่ายเด็กมาโดย ไม่ได้ตั้งใจนะคะ
 





ขอบคุณบทความดีๆจาก บ้านลาลาปิเน่ ที่อนุญาติในการเผยแพร่บทความนี้นะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04/04/2011, 22:33:02 โดย Narita »

 


Powered by SMF 2.0 RC3 | Modified theme from Sunshine theme
 

Your browser does not support iframes.